
นายฐปรัฏฐ์ สีลอยอุ่นแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน กรมการข้าว ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี 2569 พร้อมรับฟังเสียงเกษตรกร เพื่อวางแนวทางพัฒนาการผลิตข้าวบนพื้นที่สูงให้เหมาะสมกับภูมิสังคม สร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอนพัฒนามาจากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลาง (ปางมะผ้า) ตามพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ปัจจุบันขับเคลื่อนงานผ่าน 3 ด้านหลัก คือ งานวิจัย งานผลิตเมล็ดพันธุ์ และงานถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ด้านงานวิจัย ศูนย์ฯ ได้รวบรวมและอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ในภาคเหนือตอนบนไว้มากกว่า 700 สายพันธุ์ ซึ่งนับว่ามากที่สุดในภูมิภาค พร้อมเร่งปรับปรุงพันธุ์ข้าวไร่ ข้าวเหนียว และข้าวนาพื้นที่สูง ให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
ด้านการผลิต ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี และเป็น “ธนาคารเมล็ดพันธุ์” สำรองข้าวไว้ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลยามประสบอุทกภัยหรือวิกฤติต่างๆ ได้ทันท่วงที ขณะที่ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้เข้าไปดูแลโครงการพระราชดำริในแม่ฮ่องสอนมากกว่า 22 โครงการ ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของโครงการพระราชดำริทั้งหมดในจังหวัด

ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอนมีพัฒนาการมาจากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลาง หรือปางมะผ้า ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ โดยปัจจุบันดำเนินงานสำคัญทั้งด้านการวิจัย การผลิตเมล็ดพันธุ์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการผลิตข้าวให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และวิถีชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูง
และหนึ่งในพื้นที่สำคัญคือบ้านเมืองแพม ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า ซึ่งดำเนินงานภายใต้ “โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน” ตามพระราชเสาวนีย์ฯ โดยมุ่งอนุรักษ์ป่าต้นน้ำควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน


กรมการข้าวได้ส่งเสริมการทำนาขั้นบันได เกษตรหมุนเวียน และการอนุรักษ์ข้าวพื้นเมือง เช่น “บือโปะโหละ” รวมถึงนำพันธุ์ข้าวและองค์ความรู้ที่เหมาะสมเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาข้าวพื้นเมืองบางพันธุ์ที่มีลำต้นสูง ล้มง่าย และให้ผลผลิตต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการขยายพื้นที่ทำกินเข้าสู่ป่า

นายสมเพชร รัตนอารยธรรม อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านเมืองแพม กล่าวว่า การพัฒนาชุมชนที่ผ่านมาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านการเกษตร แต่ยังครอบคลุมถึงการจัดการน้ำ การดูแลป่าต้นน้ำ และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยชาวบ้านมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรและจัดการผลผลิต รวมถึงการจัดทำธนาคารข้าวสำหรับเก็บไว้บริโภค ใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ และแบ่งปันให้ครอบครัวที่ขาดแคลน
การพัฒนาบนพื้นที่สูงยังสะท้อนให้เห็นอีกมิติที่บ้านแสนคำลือ อำเภอปางมะผ้า ซึ่งมีการส่งเสริมอาชีพและการเกษตรเพื่อทดแทนการปลูกพืชเสพติดในอดีต โดยข้าวเป็นหนึ่งในพืชสำคัญของชุมชน ทั้งเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้

นายวิชัย มนตรีสถิตกุล ผู้ใหญ่บ้านแสนคำลือ กล่าวว่า ในอดีตชุมชนมีการปลูกฝิ่นเป็นอาชีพ ก่อนจะได้รับการส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชเศรษฐกิจที่เหมาะกับพื้นที่ จนการปลูกฝิ่นหมดไปจากชุมชน ปัจจุบันกรมการข้าวและศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอนยังสนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์และองค์ความรู้ในการผลิตข้าว ขณะที่โรงเรียนในพื้นที่มีการจัดทำแปลงปลูกข้าวและนำผลผลิตบางส่วนไปใช้ประโยชน์กับอาหารกลางวันของนักเรียน


สำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชมรมอนุรักษ์พุทธศิลปะไทยอนุสรณ์ 1 บ้านแสนคำลือ กรมการข้าวได้สนับสนุนการจัดทำแปลงสาธิตปลูกข้าว พร้อมถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตและการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้โรงเรียนและชุมชนมีข้าวบริโภคอย่างเพียงพอ ลดค่าใช้จ่าย และเตรียมพัฒนากองทุนเมล็ดพันธุ์ข้าวไร่เพื่อสร้างการพึ่งพาตนเองในระยะยาว

ภาพจากพื้นที่ทั้งบ้านเมืองแพมและบ้านแสนคำลือ จึงสะท้อนให้เห็นการสืบสานแนวพระราชดำริที่เชื่อมโยงหลายมิติ ตั้งแต่การพัฒนางานวิจัยและพันธุ์ข้าว การส่งเสริมอาชีพและองค์ความรู้ด้านการเกษตร การดูแลป่าต้นน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว ชุมชน และโรงเรียน

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่ติดตามงานของกรมการข้าวในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการสืบสานพระราชดำริอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่นวัตกรรมการวิจัย การส่งเสริมแปลงเกษตร ไปจนถึงการสร้างความมั่นคงทางอาหารในโรงเรียนและชุมชน โดยกรมการข้าวพร้อมนำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากพื้นที่ ไปวางแผนส่งเสริมการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
