<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ความเครียด</title>
	<atom:link href="https://paiikubkhun.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://paiikubkhun.com</link>
	<description>www.paiikubkhun.com</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Nov 2024 06:14:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.12</generator>

<image>
	<url>https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2023/11/cropped-111-32x32.jpg</url>
	<title>ความเครียด</title>
	<link>https://paiikubkhun.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ความเครียด’ ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวาน! วงจรอันตรายที่วัยรุ่น-วัยทำงานควรระวัง</title>
		<link>https://paiikubkhun.com/health/vimut/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[paiikubkhun]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Nov 2024 06:14:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลวิมุต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://paiikubkhun.com/?p=7700</guid>

					<description><![CDATA[ความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยในปัจจุบัน โดยเ [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ViMUT-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-7702" srcset="https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ViMUT-1024x576.jpg 1024w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ViMUT-300x169.jpg 300w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ViMUT-768x432.jpg 768w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ViMUT.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ต้องรับมือกับความเร่งรีบและแรงกดดันมากมาย หลายคนเลือกจัดการความเครียดด้วยการกินของหวาน เช่น ชานม ช็อกโกแลต โดนัท เพราะรสชาติอร่อย กินแล้วรู้สึกดี เยียวยาจิตใจ แต่การคลายเครียดด้วยของหวานบ่อย ๆ อาจเป็นพฤติกรรมที่นำไปสู่ <strong>&#8220;โรคเบาหวาน&#8221;</strong> ได้เช่นกัน โดยสถิติของกรมควบคุมโรคชี้ว่า <strong>ในปี 2565 มีคนไทยป่วยเบาหวานสะสมถึง 3.3 ล้านคน และมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ในปี 2566 เพิ่มขึ้น 3 แสนคน</strong> ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง วันนี้ <strong>นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก รพ.วิมุต</strong>  จะมาอธิบายลักษณะของโรคเบาหวาน ความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดและโรคเบาหวาน พร้อมแนะนำวิธีจัดการความเครียดที่ป้องกันความเสี่ยงโรคเบาหวานในระยะยาว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาพ_นพ.-ชาญวัฒน์-ชวนตันติกมล_02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-7704" srcset="https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาพ_นพ.-ชาญวัฒน์-ชวนตันติกมล_02-1024x683.jpg 1024w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาพ_นพ.-ชาญวัฒน์-ชวนตันติกมล_02-300x200.jpg 300w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาพ_นพ.-ชาญวัฒน์-ชวนตันติกมล_02-768x512.jpg 768w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาพ_นพ.-ชาญวัฒน์-ชวนตันติกมล_02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>อ่อนเพลีย ตาพร่ามั่ว สัญญาณเตือนโรคเบาหวาน</strong></p>



<p>โรคเบาหวานคือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ มีระดับน้ำตาลในเลือดตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป หรือมีค่าน้ำตาลสะสมตั้งแต่6.5% จากการตรวจอย่างน้อย 2 ค่า ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการกระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่น สายตาพร่ามัว มองไม่ชัด มีแผลที่เท้าเรื้อรัง มีอาการชาที่ปลายมือหรือปลายเท้า อ่อนเพลีย หรือผิวแห้งและคัน <strong>นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล</strong> เล่าต่อว่า “โรคเบาหวานแบ่งได้หลายแบบแต่เบื้องต้นเพื่อความเข้าใจง่ายขอแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ <strong>ชนิดที่ 1 เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อนที่ผลิตอินซูลิน</strong> ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ <strong>ชนิดที่ 2 พบในผู้ที่มีน้ำหนักเกินและไขมันในช่องท้องมาก</strong> ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน<strong> ชนิดที่ 3 เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์</strong>เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ และ<strong>ชนิดสุดท้ายเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมหรือสาเหตุเฉพาะอื่น ๆ</strong> ที่ไม่จัดอยู่ใน 3 ประเภทแรก เช่น การใช้ยา เป็นต้น ส่วนในกลุ่มประวัติครอบครัวที่มีคนเป็นเบาหวาน หรือในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ทุกวันนี้คนอายุน้อยก็เป็นโรคเบาหวานกันแล้ว เพราะนิยมกินของหวานเพื่อคลายเครียดและไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย กลายเป็นพฤติกรรมอันตรายที่เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาประกอบบทความเพิ่มเติม_ความเครียด-ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวานฯ_02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-7703" srcset="https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาประกอบบทความเพิ่มเติม_ความเครียด-ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวานฯ_02-1024x683.jpg 1024w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาประกอบบทความเพิ่มเติม_ความเครียด-ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวานฯ_02-300x200.jpg 300w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาประกอบบทความเพิ่มเติม_ความเครียด-ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวานฯ_02-768x512.jpg 768w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาประกอบบทความเพิ่มเติม_ความเครียด-ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวานฯ_02-1536x1024.jpg 1536w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2024/11/ภาประกอบบทความเพิ่มเติม_ความเครียด-ภัยเงียบกระตุ้นโรคเบาหวานฯ_02.jpg 1915w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>เป็นเบาหวานเสี่ยงซึมเศร้ากว่าปกติ 2 เท่า</strong></p>



<p>โรคเบาหวานและความเครียดมีความเชื่อมโยงกันโดยตรง เพราะเมื่อเผชิญความเครียด หลายคนมักหันไปพึ่งของหวาน โดยไม่รู้ตัวว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน และเมื่อป่วยเป็นเบาหวานแล้ว ภาระในการดูแลตัวเองยิ่งหนักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายตามตารางที่แพทย์แนะนำ หรือการกินยาอย่างเคร่งครัดเพื่อควบคุมโรค ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดสะสม&nbsp;<strong>ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า และกว่า 30% ของผู้ป่วยมักประสบปัญหาสุขภาพจิต</strong>ที่อาจทำส่งผลให้ละเลยการดูแลตนเอง เช่น ขาดแรงจูงใจในการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย หรือลืมกินยาบ่อยครั้ง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเบาหวานกำเริบ รวมถึงอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต หรือโรคหลอดเลือดสมอง กลายเป็นวงจรอันตรายที่ส่งผลร้ายต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจ</p>



<p><strong>จัดการความเครียดให้เหมาะสม ป้องกันโรคเบาหวาน</strong></p>



<p>การกินของหวานไม่ใช่วิธีแก้เครียดเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลายวิธี เช่น ออกกำลังกาย ดูหนัง เล่นเกม หรือฟังเพลง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้ในระยะยาว&nbsp;<strong>นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อธิบายต่อว่า &#8220;แต่ถ้ายังอยากกินของหวานอยู่ ก็ควรจำกัดปริมาณน้ำตาลไม่ให้เกิน 6 ช้อนชาหรือ 24 กรัมต่อวัน และควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีแม้จะอายุน้อยหรือยังไม่มีอาการ&nbsp;</strong>โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น กินของหวานเป็นประจำ มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ คนในครอบครัวเป็นเบาหวาน มีน้ำหนักเกิน หรือมีโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะถ้าตรวจพบเร็วจะได้รักษาได้ทันเวลา&#8221;</p>



<p>&#8220;ในยุคนี้ความเครียดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยเรียนและคนทำงาน แม้การกินของหวานจะเป็นตัวช่วยที่สะดวกที่สุด แต่ถ้ากินจนติดเป็นนิสัยก็อาจนำไปสู่โรคเบาหวานได้ จึงอยากให้ทุกคนลองผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่า อาทิ เล่นกีฬา ไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ส่วนของหวานก็ยังกินได้ แต่ก็ควรลดและกินในปริมาณที่พอดี ที่สำคัญอย่าลืมมาตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานในอนาคต&#8221;&nbsp;<strong>นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล</strong>&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p>



<p>ผู้ที่สนใจปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์เต้านม ชั้น 9 หรือโทรนัดหมาย 02-079-0070 เวลา 7.00-19.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก&nbsp;<a href="https://bit.ly/372qexX" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://bit.ly/372qexX</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
