<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Global Wellness Institute</title>
	<atom:link href="https://paiikubkhun.com/tag/global-wellness-institute/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://paiikubkhun.com</link>
	<description>www.paiikubkhun.com</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Feb 2025 10:43:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.12</generator>

<image>
	<url>https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2023/11/cropped-111-32x32.jpg</url>
	<title>Global Wellness Institute</title>
	<link>https://paiikubkhun.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผสานความร่วมมือระหว่าง BDMS Wellness ClinicและGlobal Wellness Institute เป็นปีที่ 3</title>
		<link>https://paiikubkhun.com/news/bdms-wellness-clinic-5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[paiikubkhun]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Feb 2025 10:39:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[BDMS Wellness Clinic]]></category>
		<category><![CDATA[Global Wellness Institute]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://paiikubkhun.com/?p=8910</guid>

					<description><![CDATA[ความร่วมมือครั้งสำคัญติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ระหว่าง Globa [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2025/02/Global-Wellness-Institute-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-8912" srcset="https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2025/02/Global-Wellness-Institute-1024x576.jpg 1024w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2025/02/Global-Wellness-Institute-300x169.jpg 300w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2025/02/Global-Wellness-Institute-768x432.jpg 768w, https://paiikubkhun.com/wp-content/uploads/2025/02/Global-Wellness-Institute.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>ความร่วมมือครั้งสำคัญติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ระหว่าง Global Wellness Institute และ BDMS Wellness Clinic ในงานวิจัยใหม่ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประเทศไทย ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านการเติบโตของตลาดสุขภาพ ระหว่างปี พ.ศ. 2565 &#8211; 2566 โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 28.4% และมีมูลค่าถึง 40.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท)</strong></p>



<p>ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ด้วยความร่วมมือระหว่าง Global Wellness Institute (GWI) นำโดย <strong>คุณ Susie Ellis , CEO of GWI และ คุณหมอแอมป์ นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic และ BDMS Wellness Resort บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) </strong>ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในฐานะผู้นำด้าน Wellness Tourism และแนวทางขับเคลื่อน Wellness Hub Thailand ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเพื่อก้าวเป็น Global Wellness Destination</p>



<p><strong>สาระสำคัญจากรายงาน “ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงสุขภาพของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566” </strong><strong></strong></p>



<p><strong>1. ประเทศไทย: ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก</strong><strong></strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประเทศไทยได้รับการยอมรับด้าน Wellness Tourism เนื่องจากมีบริการที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้เมื่อเทียบกับประเทศตะวันตก</li>



<li>จุดแข็งของไทยคือ การแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive Medicine) ที่สามารถช่วยตรวจจับโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดภาระด้านสุขภาพของประชากรในระยะยาว</li>
</ul>



<p><strong>2. </strong><strong>Wellness Economy </strong><strong>ของไทยติดอันดับโลก</strong><strong></strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายงานของ Global Wellness Institute ระบุว่า อุตสาหกรรม Wellness Economy ของไทยมีมูลค่ากว่า 40.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท)</li>



<li>Wellness Tourism เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทย คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของ GDP ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้อันดับ 1 ในทั้งหมด 11 อุตสาหกรรมเวลเนสประเทศไทย มูลค่าปีล่าสุดสูงถึง 415,000 ล้านบาท</li>
</ul>



<p><strong>3. ปัจจัยที่ผลักดันประเทศไทยสู่ </strong><strong>Wellness Hub </strong><strong>ระดับโลก</strong><strong></strong></p>



<p>ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อน Wellness Hub Thailand ภายใต้แนวคิด 5S ที่ช่วยให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้</p>



<p>S1: Scientific Wellness Services – บริการสุขภาพมาตรฐานระดับโลก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น AI, Telemedicine และการวิเคราะห์ทางพันธุกรรม (Genome) และวิทยาศาสตร์การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) เพื่อดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสนับสนุนให้ประชาชนสุขภาพดี</li>
</ul>



<p>S2: Signature Thai Wellness – การบูรณาการศาสตร์ไทยสู่มาตรฐานสากล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สมุนไพรไทย นวดไทย และสปาไทย กำลังได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ</li>



<li>มีการนำศาสตร์แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกมาผสานกับเวชศาสตร์ป้องกันและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่</li>
</ul>



<p>S3: Sustainable Wellness Tourism – การท่องเที่ยวสุขภาพที่ยั่งยืน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไทยเป็นประเทศที่มีแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งสามารถพัฒนาเป็น Green Wellness Destination</li>



<li>การพัฒนาสถานที่พักฟื้นและศูนย์สุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</li>
</ul>



<p>S4: Smart Healthcare Technology – เทคโนโลยีสุขภาพอัจฉริยะ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้ AI และ Big Data ในการดูแลสุขภาพ ปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน</li>
</ul>



<p>S5: Safe &amp; Trusted Destination – ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มีมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยสูง ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองหาบริการด้านสุขภาพที่เชื่อถือได้</li>
</ul>



<p><strong>นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ </strong>ได้กล่าวถึง ศักยภาพของไทยในฐานะ Wellness Destination ว่า<strong></strong></p>



<p><em>“เรามีทุกอย่างครบครัน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง ราคาไม่แพง ความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกัน</em><em>,</em><em> สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม</em><em>, </em><em>อาหารไทยเพื่อสุขภาพ</em><em>, </em><em>การแพทย์แผนไทย</em><em>, </em><em>การนวดไทย</em><em>, </em><em>สมุนไพรไทย</em><em>, </em><em>การต้อนรับสวัสดีอันอบอุ่นของไทย และวัฒนธรรมสุขภาพที่แข็งแกร่ง ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำด้าน </em><em>Wellness Tourism </em><em>ของโลก และความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ไทยสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง มาร่วมเป็น </em><em>Team Thailand </em><em>ผลักดันประเทศไทยเราไปสู่การเป็น </em><em>Global Wellness Destination </em><em>กันครับ</em><em>”</em><em></em></p>



<p><strong>ความร่วมมือระหว่าง </strong><strong>Global Wellness Institute </strong><strong>กับ </strong><strong>BDMS Wellness Clinic </strong>ในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดให้ไทยก้าวไปสู่ตลาดสุขภาพอันดับต้นๆของโลก โดยมีเป้าหมายที่จะ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากทั่วโลก Wellness Tourism</li>



<li>พัฒนาบริการ Wellness Retreats โรงแรมและศูนย์ดูแลสุขภาพระดับพรีเมียม</li>



<li>ส่งเสริม Medical &amp; Wellness Packages ที่ครอบคลุมทั้งการรักษาและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน</li>
</ul>



<p><strong>สรุปข้อมูลจากรายงาน “</strong><strong>The Global Wellness Economy: Thailand (</strong><strong>2019-2023)”</strong><strong></strong></p>



<p><strong>1. ความหมายและภาพรวมของอุตสาหกรรม </strong><strong>Wellness</strong></p>



<p>1.1 ความหมายของ Wellness</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Wellness หมายถึงการแสวงหากิจกรรม การเลือกใช้ชีวิต และวิถีชีวิตที่นำไปสู่สุขภาพที่สมบูรณ์แบบองค์รวม (Holistic Health)</li>



<li>เป็นแนวคิดที่มีรากฐานมาจากศาสตร์สุขภาพโบราณ เช่น อินเดีย (อายุรเวท), จีน (การแพทย์แผนจีน), และกรีก-โรมัน</li>



<li>Wellness ไม่ใช่เพียงสุขภาพทางกาย แต่ครอบคลุมสุขภาพจิต อารมณ์ สังคม สิ่งแวดล้อม และจิตวิญญาณ</li>
</ul>



<p>1.2 ความหมายของ Wellness Economy</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดำเนินชีวิตตามแนวทาง Wellness ได้</li>



<li>ครอบคลุม 11 ภาคส่วน เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism), อาหารเพื่อสุขภาพ, เวชศาสตร์ป้องกัน, ฟิตเนส, สปา ฯลฯ</li>



<li>ในปี พ.ศ. 2566 อุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลกมีมูลค่า 6.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตปีละ 7.3% ไปเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี พ.ศ. 2571</li>
</ul>



<p><strong>2. ภาพรวมอุตสาหกรรม </strong><strong>Wellness </strong><strong>ในประเทศไทย</strong><strong></strong></p>



<p>2.1 มูลค่าตลาด Wellness Economy ของไทย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี พ.ศ. 2566 มูลค่ารวมเศรษฐกิจสุขภาพไทยอยู่ที่ 40.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) ติดอันดับ #24 ของโลก และอันดับ #9 ในเอเชียแปซิฟิก</li>



<li>ฟื้นตัวจากวิกฤต COVID-19 ที่ทำให้มูลค่าตลาดลดลงในปีพ.ศ. 2563-2564</li>
</ul>



<p>2.2 การเติบโตของอุตสาหกรรม Wellness Economy ไทย (ปี พ.ศ. 2562-2566)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มูลค่าเศรษฐกิจเวลเนส ในปี พ.ศ. 2566 คิดเป็น 7.87% ของ GDP ประเทศไทย</li>
</ul>



<p><strong>3. ภาคส่วนสำคัญของ </strong><strong>Wellness Economy </strong><strong>ไทย</strong><strong></strong></p>



<p>3.1 รายได้จากแต่ละภาคส่วนในปี พ.ศ. 2566</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 415,000 ล้านบาท</li>



<li>อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการ 308,900 ล้านบาท</li>



<li>ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงาม 242,000 ล้านบาท</li>



<li>การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก 118,000 ล้านบาท</li>



<li>ฟิตเนสและกิจกรรมทางกาย 113,400 ล้านบาท</li>



<li>เวชศาสตร์ป้องกันและการแพทย์เฉพาะบุคคล 91,500 ล้านบาท</li>



<li>สปา 53,840 ล้านบาท</li>



<li>สุขภาพจิต (Mental Wellness) 22,500 ล้านบาท</li>



<li>อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาพ (Wellness Real Estate) 17,800 ล้านบาท</li>



<li>Wellness ในสถานที่ทำงาน 3,700 ล้านบาท</li>



<li>บ่อน้ำพุร้อนและน้ำแร่ 673 ล้านบาท</li>
</ul>



<p><strong>4. รายละเอียดของแต่ละภาคส่วน</strong><strong></strong></p>



<p>4.1 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มูลค่าตลาดปี พ.ศ.2566 อยู่ที่ 415,000 ล้านบาท คิดเป็น 30.4% ของตลาด Wellness ไทย</li>



<li>การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจาก COVID-19 โดยเพิ่มขึ้น 119.5% จากปี พ.ศ. 2565</li>



<li>การท่องเที่ยว Wellness แบ่งเป็น:<ul><li>นักท่องเที่ยวในประเทศ: 8.08 ล้านคน ใช้จ่ายเฉลี่ย 12,340 บาท ต่อทริป</li></ul>
<ul class="wp-block-list">
<li>นักท่องเที่ยวต่างชาติ: 5.40 ล้านคน ใช้จ่ายเฉลี่ย 58,000 บาท ต่อทริป</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p>4.2 สปา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้สปาในไทยปี พ.ศ.2566 อยู่ที่ 53,840 ล้านบาท</li>



<li>โรงแรมและรีสอร์ทสปาคิดเป็น 70% ของรายได้ทั้งหมด</li>



<li>จำนวนสปาในไทย 2,865 แห่ง เพิ่มขึ้นจาก 2,785 แห่งในปี พ.ศ.2565</li>
</ul>



<p>4.3 ฟิตเนสและกิจกรรมทางกาย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้ปี พ.ศ.2566 อยู่ที่ 113,400 ล้านบาท</li>



<li>อุปกรณ์และเสื้อผ้ากีฬาเป็นตลาดหลัก คิดเป็น 74.5% ของรายได้</li>
</ul>



<p>4.4 อาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้ปี พ.ศ.2566 อยู่ที่ 308,900 ล้านบาท</li>



<li>ประเภทสินค้า:<ul><li>อาหารเพื่อสุขภาพ: 193,000 ล้านบาท (+8.4%)</li></ul><ul><li>วิตามินและอาหารเสริม: 78,700 ล้านบาท (+12.6%)</li></ul>
<ul class="wp-block-list">
<li>ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก: 37,000 ล้านบาท (+11.9%)</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p>4.5 สุขภาพจิต (Mental Wellness)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้ปี พ.ศ.2566 อยู่ที่ 22,500 ล้านบาท (+13.7%)</li>



<li>รายได้จากผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจิต เช่น สมุนไพรบำรุงสมอง, โยคะ, การทำสมาธิ การนอนหลับ เติบโตอย่างรวดเร็ว</li>
</ul>



<p>4.6 เวชศาสตร์ป้องกันและการแพทย์เฉพาะบุคคล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้ปี พ.ศ. 2566 อยู่ที่ 91,500 ล้านบาท (+10.5%)</li>



<li>การตรวจสุขภาพเชิงป้องกันและการแพทย์เฉพาะบุคคล (Preventive Medicine, Precision Medicine and Genetic Testing) มีแนวโน้มเติบโตสูง</li>
</ul>



<p>4.7 การแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้ปี พ.ศ. 2566 อยู่ที่ 118,000 ล้านบาท (+7.7%)</li>



<li>ยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมีสัดส่วนรายได้สูงสุด</li>
</ul>



<p>4.8 อสังหาริมทรัพย์เชิงสุขภาพ (Wellness Real Estate)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้ปี พ.ศ. 2566 อยู่ที่ 17,800 ล้านบาท (+11.4%)</li>



<li>มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในโครงการที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพ</li>
</ul>



<p><strong>5. แนวโน้มในอนาคต</strong><strong></strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>Wellness Economy ของไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 7-10% ต่อปี</li>



<li>การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ เวชศาสตร์ป้องกัน จะเป็นภาคส่วนที่เติบโตเร็วที่สุด (Wellness Tourism and Preventive Medicine)</li>



<li>อุตสาหกรรม Wellness จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทย และจุดแข็งสำคัญของประเทศไทยคือ Wellness Hub Thailand Project</li>
</ul>



<p>ประเทศไทยมีศักยภาพสูงใน Wellness Economy โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต</p>



<p><strong>ความร่วมมือระหว่าง Global Wellness Institute และ BDMS Wellness Clinic</strong> เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Wellness Hub ของโลก ด้วยแนวคิด 5S ประเทศไทยไม่เพียงแต่จะเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวสุขภาพที่โดดเด่น แต่ยังสามารถเป็นต้นแบบของระบบสุขภาพที่ยั่งยืน หรือ “Sustainable Wellness” ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Health Span ให้กับประชากรทั่วโลก</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
